วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2557

เมนูวุ้นวุ่นวาย




วันนี้คือ เอาผลงานเก่ามานำเสนอซะหน่อย 
ทำไว้ตั้งนานละ เอารูปมาอัพๆ

ประเด็นตอนนั้นคือ อยากกินอะไรที่เป็นขนม แต่ขอเบาๆ
ก็เลยแบบ วุ้นก็ได้วะ ไรงี้

ไปดูส่วนประกอบก่อนเลย 


สำคัญมา ผงวุ้น ซองเล็ก 
น้ำตาล
น้ำส้ม และ ส้ม
สตอวเบอรี่
โกโก้

ตอนทำคือแบบทำคนเดียว มือเลอะถ่ายยาก 
ไม่มีรูประหว่างทำเลย ขอข้าม
อธิบายแทน 
เริ่มแรก ชั่งส่วนผสม วดูตามหลังซองวุ้นเลยนะ
 ว่าต้องใช้น้ำเท่าไหร่ น้ำตาลเท่าไหร่ 
แต่ลดน้ำลงหน่อยนะ เพราะเราจะเอามาเติมนมกะอื่นๆทีหลัง

เริ่มแรกก็ต้มน้ำเลย เริ่มร้อน
ก็เอาผงวุ้นละลายให้น้ำเย็นเล็กน้อย
แล้วเทลงหม้อน้ำที่ต้มอยู่ คนให้ละลายหมด 
เติมน้ำตาล ละลายหมดก็ใช้ได้ 
ยกลงมาแบ่งลงภาชนะต่างๆเท่าๆกัน



ถ้วยแรกใส่สตรอวเบอรี่บด คนๆให้เข้ากัน แล้วเอาไปแช่ตู้เย็น


ถ้วยที่สอง ใส้น้อส้มและเนื้อส้ม คนๆ แล้วแช่ตู้เย็น



อันนี้ชงผงโกโก้กับนมร้อนๆแล้วผสม คนๆ ใส่ตู้เย็น


อันนี้เทนมสดลงไปเลย คนๆพักในตู้เย็น


หลังจากเสร็จแล้ว มันก็เซตตัวเป็นก้อน เราก็เอามากินได้เลย 
หรือจะมาทำต่อ แบบกัสก็ได้ 


อันนี้เป็นวุ้นโยเกิร์ต
ตัดๆทุกอันเป็นสี่เหลี่ยม 
จัดใส่แก้ว ราดดวยโยเกิร์ต
แต่งหน้าด้วยสตอวเบอรี่ 
เป็นอันน่ากิน ><


ต่อไป วุ้นนมเย็นแมงลัก


 

น้ำแดงผสมนม ทำนมเย็น 
แช่เม็ดแมงลัก ให้พองเต็มที่ 
แล้วเอาทุกอย่างมาผสมกันน 
อ่าาา อร่อยยย



จบแล้ววว เมนูวุ้นวุ่นๆ ทำง่ายๆ อยู่หอก็ทำได้
อร่อย ไม่ค่อยอ้วน ถ้าไม่ใส่น้ำตาลเยอะอ่ะนะ 555









วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

แอปเปิ้ลคือ นิพพาน !!

แอปเปิ้ลคือ นิพพาน !!


“ทำไมไม่ซื้อไอโฟนไปเลยล่ะ”
“แซมซังเครื่องนั้นก็สองหมื่นกว่าแล้วหนิ เพิ่มอีกนิดเดียวเองก็ได้ไอโฟนแล้ว”
“ซื้อคอมทั้งที ซื้อแมคไปเลยสิ”
“แกดูสิ แม่ค้าส้มตำนั่น มีไอแพร๊ดใช้เชียวนะ ฮายยยโซววว”


          มีคนไม่น้อยในบ้านนี้เมืองนี้ ที่ยึดติดว่าสิ่งของพวกนี้เป็นเครื่องบ่งฐานะ เป็นเครื่องชี้ความเป็นคน ผมมองว่าคนเหล่านี้เป็นทาสเทคโนโลยีนะ ไม่ใช่ผู้ใช้เทคโนโลยี ใช้แล้วชีวิตง่ายขึ้น ใช้แล้วมีความสุขมากขึ้น ใช้แล้วเกิดการเพิ่มพูนประโยชน์ ประยุกต์ใช้อย่างฉลาด ไม่ใช่ถือแกว่งโก้ๆกระหยิ่มใจ ว่าตนใช้ไอโฟนเชียวนะ เหยียดหยามคนอื่นไปวันๆนึง คือก็ไม่เข้าใจว่ารู้จักอยู่ยี่ห้อเดียว ไม่เคยสัมผัสอย่างอื่นเลยในชีวิต หรือมอง แล้วมันไม่โก้หรู ไม่เซเลป ใครใช้ยี่ห้ออื่นนี่กากจัง อยากให้เปิดหูเปิดตา มองโลกกว้างๆ มีคนมีความรู้ มีเงิน หลายคน เลือกเพราะตัวเองชอบ เลือกเพราะตอบโจทย์ ตอบสนองชีวิตประจำวัน อย่าเอากะลาแคบๆของตัวเอง มาตีกรอบทั้งสังคม ว่ามันต้องอย่างนี้ มันต้องอย่างนั้น ทุกอย่าง มีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ขึ้นอยู่กับว่าเหมาะกับเรามากแค่ไหน บางคนยังใช้บีบี เพราะชอบโปรแกรมสนทนา ของ บีบี รวมถึงกลุ่มบุคคลที่ต้องติดต่อด้วยใช้ ทำให้ทำงานสะดวก บางคนเลือกไอโฟนเพราะแอพพลิเคชั่นที่ต้องการใช้รองรับไอโอเอสชอบงานประกอบ ชอบดีไซน์ บางคนเลือกแอนดรอยด์ หลายๆยี่ห้อเพราะความยืดหยุ่น ชอบจอใหญ่เบิ้มๆเลือกโน้ต ชอบกล้องสวยๆของโซนี่ หรือแม้แต่หลงใหลในวินโดว์โฟน เป็นสาวกโนเกีย หรือจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่า ที่แค่ฟังชันนัลโฟนธรรมดาๆ ก็ตอบสนองชีวิตเค้าได้แล้ว นั่นคือความเหมาะสม และความพึงพอใจของแต่ละบุคคล มุมมองจากเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้มันสะท้อนถึงความคิด ถึงทรรศนะคติ เลยนะ ว่ามองคนจากอะไร นับถือคนจากอะไร จะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอประโยคอะไรแบบที่กล่าวไว้ข้างต้น สรุปคือที่เขียนมาคือจะบอกว่าไม่ใช่จะว่าไอโฟนไม่ดี หรือคนใช้ไอโฟนไม่ดี แต่อีคนที่มีความคิดแบบแบ่งแยกชนชั้นด้วยไอโฟนเนี่ย ประหลาดมนุษย์ 

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ถ่ายไม่ออก!!บอกฉันทำไม???

ถ่ายไม่ออกบอกฉัน!!! ทำไม??




            หลายวันมานี้มีแต่คนปรึกษาเรื่องท้องผูกนะ เอางี้ละกัน เล่าทีเดียว นี่เล่าตามประสบการณ์เลยนะ ไม่เอาครบถ้วนตามหลักวิชาการ เอาตามวิธีของกัสเองเลยนะ
ปกติเป็นคนถ่ายยากตั้งแต่เด็กๆ แม่เล่าว่ามีสิ่งหนึ่งที่กัสตอบสนองได้ดีเป็นพิเศษคือส้มโอ เวลาท้องผูกนี่แม่ต้องวิ่งวุ่นหา ส้มโอมาให้ นี่ก็นั่งขำตอนแม่เล่า แม่บอกอย่างอื่นไม่ช่วยจริงๆนะ พอโตมาโชคดีหน่อยที่เป็นคนชอบทานผัก ผลไม้ ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหา แต่พอเข้ามาอยู่ประเทศรังสิตนี่สิ ผักผลไม้ ดูจะหาทานยากไปหน่อย ในอาหารตามสั่งอย่าหวัง จามทีปลิวหายหมดละมั้ง ซื้อผักสดโลตัสก็สามต้นยี่สิบนี่ คิดๆแล้วแพงกว่าหมูอีกนะ ผลไม้ก็มหาโหด ซื้อสับปะรดชิ้นนึง มะม่วงลูกนึงก็หมดละ 40 อยู่บ้านมะละกอหลังบ้านไม่เคยได้ซื้อ กินทีละเป็นลูกๆ ยายปอกไว้รอกลับจากโรงเรียนมากินหลังข้าวเย็นเลย เนี่ยแหละ ชีวิตที่รังสิตวันไหนทานผักน้อยเลยเกิดการท้องผูกจนได้

           ร่ายมายาวเข้าเรื่องเลยนะ ปกติจะพยายามทานผักผลไม้ให้ได้เยอะๆในมื้ออาหาร ถ้าทำไม่ได้ ส่วนใหญ่จะต้องมีมื้อนึงที่ได้ใยอาหาร สะดวกที่สุดคงเป็นแมงลัก เอามาแช่น้ำทิ้งให้ให้พอเต็มที่แล้วซดเปล่าๆเลย ใครทำใจกินไม่ได้ก็ผสมน้ำหวาน น้ำเต้าหู้อะไรก็ได้นะ กินพร้อมๆกับมื้ออาหาร หรือหลังอาหารทันทีให้มันไปคลุกๆกับอาหารในท้อง จะได้ถ่ายสะดวก

          อย่างที่สองที่ทานแล้วพบว่า ดีจริงคือ น้ำมะเขือเทศดอยคำ วันละกล่องสองกล่องนี่ ขับถ่ายดีจริงๆนะ มีไลโคพีนสูงด้วย


          อย่างที่สามคือ ยาคูลล์ วันละสองขวด นี่ สุดยอดจริงๆ แอคทีเวียเราลองแล้ว เราไม่ตอบสนอง อะไรก็ไม่สู้ แลโตบาสิลัส บัลการิคัส แอล คาเซอิ ชิโรต้า สายพันธุ์พิเศษจากยาคูลล์ ถามสาวยาคูลล์สิค่ะ 555


          อย่างที่สี่ นี่สำคัญมากๆ บางคนบอกลองทุกอย่างแล้ว ก็ยังท้องผูก นี่บอกเลย ไม่ออกกำลังกายใช่มั๊ย!!! การออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหว บีบตัวได้ดีขึ้น นี่ถ้าลองหมดนี่แล้วไม่หายไปหาหมอเถอะ ไส้ตันแล้วมั้ง 555
          อย่างที่ห้า พยายามตื่นเช้า(อันนี้ทำไม่สำเร็จ เหอะๆ)  ปวดแล้วถ่าย อย่าอั้น ถ้าไม่จำเป็น

          สุดท้าย วิธีทั้งหลายเหล่านี้ต้องทำติดต่อกันเป็นนิสัย ไม่ใช่วันสองวันจะดีขึ้น การทานแมงลักใช่จะกินแล้วปวดถ่ายเลย ต้องใช้เวลาให้มาถึงหน้าด่านก่อน และสำคัญมากไม่แนะนำการทานยาถ่าย ทุกชนิดที่กระตุ้นการบีบตัวลำไส้ เช่น bisacodyl รวมถึงยาสมุนไพรพวกมะขามแขก ต่างๆ ที่กินแล้วปรู๊ดปร้าดดด คือใช้เฉพาะกิจได้ ใช้ระยะยาวจะเกิดการพึ่งยา ลำไส้เฉื่อย ต่อไปไม่กินไม่ถ่าย แล้วก็ต้องเพิ่มปริมาณไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น


ขอให้ทุกคนโชคดี ขับถ่ายสบายก้น 5555

Gusstation

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

ดูแลผิวหลังสงกรานต์




      หลังจากสนุกสนานกันในวันสงกรานต์แล้ว หลายคนคงประสบปัญหาผิว ไม่ว่าจะเกิดจากแสงแดดเปรี้ยงๆ หรือ น้ำ ดินสอพองที่ไม่สะอาด หรือการแพ้สารทำโฟม อีกทั้ง การที่ผิวเราเปียกอยู่เป็นเวลานานๆ ทำให้ผิวเราอ่อนแอ และเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายเช่นกัน 

      ก่อนอื่นเมื่อเล่นน้ำเสร็จ ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ สระผม ฟอกสบู่ ให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วมาสำรวจผิวตัวเองดูก่อน

      ถ้า คุณมีผื่นแพ้ ผื่นคัน ส่วนใหญ่มักเกิดแบบฉับพลัน อาจเกิดจาก การสัมผัสสิ่งสกปรก หรือ สัมผัสส่งที่ก่อให้เกิดการแพ้ งดเกา ทนให้ได้!!  เบื้องต้นให้รับประทานยาแก้แพ้  บริเวณที่เป็นผื่น ประคบด้วยน้ำเย็น หรือทาคาลาไมด์โลชั่น หรือ ใบพลูตำกับเหล้า ก็ได้เช่นกัน หากอาการไม่ทุเลา แนะนำให้รีบไปพบแพทย์

      ถ้าผิวไหม้แดด ปวดแสบ ปวดร้อน เบื้องต้น ใช้น้ำเย็น ชุบผ้าขนหนูประคบ ถ้ามีว่านหางจระเข้ นำมาปอก ล้างยางเหลืองๆออก แล้วนำวุ้นมาแปะ หรือสะดวกกว่านั้น คือ เจลว่านหางจระเข้ ของไฟโตแคร์ หลอดละสามสิบกว่าบาท ทาบริเวณที่เกิดอาการ แล้ว ทาซ้ำเรื่อยๆ หากยังแสบร้อน ถ้าอาการไม่ทุเลา แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ 

      ไม่ว่าจะผื่นคัน หรือแสบร้อน งด ครีมบำรุง ที่มีส่วนผสมของสารเร่งผลัดเซลล์ผิวทุกชนิด เช่น AHA BHA Retinol กรดวิตามินเอ รวมไปถึงมะขามเปียก มะเขือเทศ หัวไชเท้า นี่ก็ห้ามเอามาแปะหน้านะ 

      ขณะทำความสะอาดผิว ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่อ่อนโยน งดสครับ งดขัด งดถูแรงๆ เบามือที่สุดนะครับ รอให้ผิวฟื้นตัว ค่อยมาจัดหนักอีกที

      ส่วนใครสิวเห่อ สิวอุดตัน ขึ้นมา อย่างรวดเร็ว แบบไม่เคยมีมาก่อน แนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนังโดยเร็วที่สุดนะครับ สิว รักษาง่ายกว่ารอย นะครับ จากที่จะเสียหลักร้อย จะได้ไม่บานเป็นหลักหมื่น 

      ส่วนคนทั่วๆไปที่ไม่เป็นผื่น แค่แสบๆผิวจากแดด คล้ำๆหมองๆธรรมดา แนะนำให้อาบน้ำเย็นนะครับ เป็นการปรับสมดุล สูตรแนะนำคือ
       -แตงกวา ใช้แตงกวาหั่นบางๆแปะหน้า หรือปั่นนำน้ำมาทาบางๆ และทาซ้ำๆ ก็ช่วยได้ 
       -นมสด หลังอาบน้ำชะโลมให้ทั่วตัว นั่งฟังเพลงชิลๆรอ15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า ก็ช่วยได้ 
       -ว่านหางจระเข้ ปอกวุ้นล้างยางสีเหลืองออก นำมาทาๆให้ทั่ว หรือใช้เจลว่านหางจระเข้ตามร้านยาก็ได้
       -น้ำผึ้ง ผสมน้ำผึงกับนมสด พอกหน้า ก็ได้ (เป็นสิวง่ายหลีกเลี่ยงสูตรนี้)

      หลังจากนั้น ทาโลชั่น ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด โลชั่นนี่ไม่ต้องแพงอะไรมากมายก็ได้นะ เภสัชขวดละสามสิบที่เซเว่นก็ได้ นะ ทาบ่อยๆ อย่าขาด 

       การรับประทานอาหารก็สำคัญ นะ ผัก ผลไม้ โปรตีน คอลลาเจน ไปซ่อมแซมผิวที่เสียหาย ทานน้ำให้พอ จิบเรื่อยๆ อย่าให้ขาด งดนอนดึก ให้ผิวฟื้นซะหน่อย 

       หลังจากนี้ 3-4 สัปดาห์ เมื่อผิวเริ่มปกติดี ค่อยจัดการความหมองคล้ำ ด้วย สครับ กรดผลไม้ หรือ มะขามเปียก แล้วบำรุงผิวด้วยโลชั่น ไวทเทนนิ่งปกติ อย่าลืม กันแดดสำคัญมาก แค่นี้ผิว ก็กลับมาสดใส อีกครั้ง

      สุดท้ายนี้ผมก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกายสุขใจ สดใสรับปีใหม่ไทย นะครับ ^^



Gusstation

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Make Over My Sister ปฏิบัติการเปลี่ยนหมูน้อย ตอนที่ 1 รีดมันหมูด้วยสารสกัดราสเบอรี่ ราสเบอรี่คีโตน

Make Over My Sister ปฏิบัติการเปลี่ยนหมูน้อย 
ตอนที่ 1 รีดมันหมู 
รีวิว ราสเบอรี่คีโตน


          อัพบล็อควันนี้ พาน้องสาวตัวดีออกมาแฉ ไหนๆก็พามาเรียนที่เดียวกันแล้ว ดูแลกันหน่อย บ่นนักบ่นหนา ว่าอ้วนๆๆ ใส่เสื้อผ้าไม่สวย อยากผอม พี่จัดให้ เริ่มปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงในแบบที่ผู้หญิงหลายๆคนอยากเป็น

          ทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ จริงๆการลดน้ำหนัก มีหลักการง่ายๆที่ใครๆก็รู้ (แต่ไม่ทำ) คือ ทานแต่พอดี คู่กับการออกกำลังกายอยางสม่ำเสมอ ปรับเปลี่ยนให้ได้จนเป็นนิสัย เป็นชีวิตประจำวัน ถ้าหากทำตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว ยังไม่สามารถ ลด น้ำหนักได้ อาจจำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาความผิดปกติแล้วครับ ซึ่งดีไม่ดีอาจสัญญาณของโรคก็ได้

          หลายท่านมักเข้าใจผิดๆ สิ่งที่เราต้องการคือ สุขภาพดี ดูดี ซึ่งในแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันด้วยพื้นฐานทางชาติพันธุ์ กรรมพันธุ์ ดั้งนั้น รูปร่าง การเผาผลาญแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไปด้วย บางคนหุ่นดีอยู้แล้ว ทานเท่าไหร่ไม่อ้วน บางคนนิดๆหน่อยๆก็อ้วนแล้ว บางคนโครงสร้างร่างกายใหญ่ จะให้ลดจนผอมบางอ้อนแอ้น มันก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน ไม่ใช่ว่าคุณจะเอานางแบบในฝันแขนเท่าไม้จิ้มฟันขาเท่าตะเกียบ แล้วคุณบอกจะทำให้ได้เท่านี้ แต่แขนคุณแค่กระดูกอย่างเดียวเกือบสองเท่าของขาเค้า จะให้ได้เท่าเค้ามันเป็นไปไม่ได้ แล้วเราลดไปเพื่ออะไรล่ะ?? เพื่อความ คล่องตัว กระชับ ดูดี สุขภาพดี ในแบบของคุณ ไม่ใช่แบบคนอื่น !! นอกจากหุ่นสวยๆที่คุณควรมี บุคลิกที่ดี อารมณ์ที่ดี จิตใจที่ดี มีความมั่นใจย่อมนำมาซึ่งความสุขของตนและคนรอบข้างได้เช่นกัน

           แต่ฉันอ้วนก็มีความสุขนะ ฉันกิน ฉันมีความสุข ไม่ได้หนักหัวใคร เลิกหลอกตัวเองกับความสุขจอมปลอมซะที ยอมรับมั๊ย ว่าคุณก็โมโห เสียใจทุกครั้งที่โดนล้อ และอยากที่จะมีหุ่นดีไม่อายใคร แต่ก็ทำไม่ได้ซะที เพราะอะไร ?? เพราะความอ่อนแอรึเปล่า ที่พ่ายแพ้ต่อใจตัวเอง ท้ายที่สุดไม่ใช่แค่ความเสียใจ หรือเสียงล้อเลียน แต่บรรดาโรคร้าย กำลังไถถามหาคุณอยู่ ลดซะหน่อย ลดความเสี่ยงไปเยอะ
          ถามว่าลดเท่าไหร่จึงจะพอดี ลดให้มีน้ำหนักอยู่ในช่วงเกณฑ์มาตรฐานก็พอ เอาเท่าที่ดูดี สุขภาพดี ไม่ต้องหนังติดกระดูกเป็นโรคขาดสารอาหาร แล้วก็รักษาไว้ให้ได้ ก็เพียงพอแล้ว
         เกริ่นมาซะยาวเหยียด เอาหล่ะ มาดูน้องสาวผมแล้วกัน ตอนก่อนลดเธอหนัก 60 กิโลกรัม ขุนมาจากบ้านอย่างดี กินแหลกราญมาก จะลดน้ำหนัก แล้วก็จะ จะ จะ จะ จะ จะ  มาโดยตลอด ถามว่าเมื่อไหร่จะได้ตามเป้าหมาย เอางี้ เป้าหมายเท่าไหร่ 50 กิโลนะ กำลังพอดี  สิ่งสำคัญนี่แหละ คือเป้าหมาย และกำลังใจ ต้องเสริมกำลังใจให้ตัวเองตลอดเวลา มองเป้าหมายเข้าไว้

          น้องเริ่มต้นด้วยการทานผักผลไม้เป็นอาหารเย็น แทนข้าวเย็นมื้อปกติ และเสริมตัวช่วยด้วยราสเบอรี่คีโตน สารสกัดการราสเบอรี่ ที่กำลังโด่งดังมากๆในอเมริกาตอนนี้ พอดีกัสเจอมา เนื่องจากขายอาหารเสริมแบรนด์นี้อยู่แล้ว อ่านๆไปน่าสนใจ เลยสั่งมาให้น้องสาวลอง ซึ่งตามรายละเอียด ของรายการดอคเตอร์อ๊อนซ์ โชว์ เกมโชวแนวสุขภาพจากคุณหมอชื่อดัง แนะนำราสเบอรี่คีโตนไว้ พร้อมงานวิจัยอันน่าทึ่ง ที่บอกว่าสามารถช่วยเผาผลาญพลังงาน และลดความอยากอาหารได้ ค้นดูในอินเทอร์เนตก็พบบทความมากมาย มหาศาล พร้อมจำหน่ายสินค้าตนเอง ที่อวดอ้างสรรพคุณมากมายเหลือเกิน แต่กัสเลือกดูวิดีโอ จากรายการต้นฉบับ ดร.ออนซ์ ไม่ได้แนะนำเฉพาะเจาะจงยี่ห้อ กล่าวเพียงปริมาณที่แนะนำ งานวิจัย และประโยชน์

          เมื่อมั่นใจแล้วกัสก็ให้น้องเริ่มทดลอง ดังนี้ ทานราสเบอรี่คีโตน ยี่ห้อ สวันสัน ขนาด 100 มิลลิกรัม ต่อแคปซูล swanson raspberry ketone 100 mg ก่อนอาหาร  เช้า เย็น โดยในช่วงแรก น้องก็ทานอาหารปกติ อาจมีมื้อเย็นที่ทานสลัดผัก อยู่ได้ช่วงหนึ่ง แล้วก็เลิกทานมื้อเย็นไปเลย เพราะไม่อยากทาน ซะงั้น จากที่ปกติเป็นคนทานตลอด อดไม่ได้ พี่ชายที่แสนดี ทำกับข้าวยั่วตลอด

เลยคิดว่า ราสเบอรรี่คีโตน คงช่วยลดความอยากอาหารได้จริงๆ น้องทานได้เกือบเดือน น้ำหนักลดลงไป 5 กิโล เหลือเพียง 55 กิโลกรัม เพื่อนๆก็ทักว่าไปทำอะไรมา ทำไมดูผอมลง ซึ่งเราก็จะมาดูกันต่อไปว่า 50 กิโลกรัมที่ว่านี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ ติดตามชมตอนต่อไป

          ผมแนะนำเพื่อนมานานแล้วนะ พูดถึงราสเบอรี่คีโตนมาก่อนที่ตัวเองจะเอามาขายเองด้วยซ้ำ ก็มีหลายคนถามว่าทานยี่ห้ออะไรดี ผมก็ตอบไม่ได้เพราะไม่เคยลอง ในอินเตอร์เนตมีมากมายเหลือเกิน จะเลือกอันไหนดี วันนี้ผมคิดว่าแนะนำได้แล้ว

          สาเหตุที่ผมเลือก Swanson Best Weight-Control Formulas Razberi-K Raspberry Ketones 100 mg 60caps สวันสันราสเบอรี่คีโตน นำเข้าจากอเมริกา เพราะว่า ตัวนี้ เป็นสารสกัดจากราสเบอรรี่เพียวๆไม่ผสมสารอื่นๆเลย จะเห็นว่าหลายๆยี่ห้อที่ขายกันอยู่ ผสมกาเฟอีน บ้าง สารตัวอื่นบ้าง หวังเพื่อช่วยลดน้ำหนัก แต่กาเฟอีน หากท่านได้รับในปริมาณมากเกินไปก็ไม่ใช้ผลดีนัก แน่นอน น้ำหนักลดเร็ว แต่ผลเสียที่ตามมาเราก็ต้องคำนึงถึง หากราสเบอร์รี่คีโตน สามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง แค่ราสเบอรี่คีโตนตัวเดียว ก็น่าจะทำให้น้ำหนักลงได้แล้ว โดยไม่ต้องพึ่งสารอื่นที่เป็นอันตรายอีก ทั้งนี้ น้องผมเป็นไมเกรนด้วย จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้น้องทานที่มีกาเฟอีนหรือสารอื่นเป็นองค์ประกอบ อีกทั้งSwanson Best Weight-Control Formulas Razberi-K Raspberry Ketones 100 mg 60caps สวันสันราสเบอรี่คีโตน นำเข้าจากอเมริกา  ตัวนี้ ยังได้รับFDA จากอเมริกา อนุญาติให้จำหน่ายเป็นอาหารเสริม จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ไม่ตอ้งกลัวอันตราย ผลข้างเคียง และโยโย่ อีกทั้งSwanson Best Weight-Control Formulas Razberi-K Raspberry Ketones 100 mg 60caps สวันสันราสเบอรี่คีโตน ราคา ที่ไม่แพง เพียง 490 บาท ทาน 1 เม็ดก่อนอาหาร เช้าเย็น ทานได้ถึง 1 เดือน เทียบกับยี่ห้ออื่นแล้ว ถือว่ากินขาด ทั้งเรื่องของคุณภาพและราคาแน่นอน


          ก่อนจะจบต้องขอบอกก่อนว่า งานวิจัยที่นำมาอ้างอิงอาจมีหลายๆอย่างที่แตกต่างไป นอกจากนี้ประสิทธิผล ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ด้วยนะครับ บางคนลดเยอะ ลดน้อย ไม่ลดเลย ผมไม่อาจบอกได้ เพียงแค่มารีวิวว่าน้องสาวใช้แล้วได้ผล ไม่มีอะไรที่ได้ผลกับทุกคนบนโลก เราต้องเข้าใจ นอกจากนี้ หากลดแล้ว เลิกทาน แต่มากินแหลกเหมือนเดิมหรือหนักกว่าเดิม แล้วน้ำหนักขึ้นกว่าเดิม อย่าไปโทษยาให้เสียเลยครับ อันนี้โยโย่เองแล้วหล่ะครับ ทานอะไรก็ไม่รอด
           สุดท้ายนี้ผมให้กำลังใจทุกคนที่อยากลดน้ำหนัก แล้วก็เอาใจช่วยน้องผมให้ลงถึง 50 กิโลกรัมด้วยนะครับ แล้วจะเอารูปมาฝาก ขอให้สมหวังทุกท่านนะครับ สู้ๆครับพ้ม



Gusstation


วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สูตรน้ำเต้าหู้ ทำน้ำเต้าหู้


           เจ้าของบล็อกเป็นคนที่แปลกประหลาดอย่างหนึ่งคือทานนมโคไม่ค่อยจะได้ กระเพาะดัดจริต ไม่ย่อยซะงั้น ผงก็คือ ท้องเสีย นอกนั้นแล้วก็คือ สิว เห่อ ว่าไม่ได้เลยจริงๆ ขนาดเค้ก เนย วิปครีม นี่ก็ไม่ได้นะ วันรุ่งขึ้นเห็นผล สิวยกขบวนมาทันที ก็เลยเปลี่ยนไปกินนมถั่วเหลืองนานแล้ว 
           วันดีคืนดีก็นึกๆอยู่ว่า ถั่วเหลือง ถูกจะตาย โลนึงไม่กี่สิบบาท ทำน้ำเต้าหู้ได้เป็นหม้อๆ เลยนึกอยากลองทำดู อันนี้เป็นภาพของปีที่แล้วนะครับ ตอนนั้นมหาวิทยาลัยน้ำท่วม เลยต้องอยู่บ้าน ก็ทำกินที่บ้าน กินกันทั้งบ้านครับ รอบแรกเค็ม รอบหลัง หวาน กว่าจะพอดี ก็สามสี่รอบ เป็นอันใช้ได้ 
           เพื่อนๆลองทำกันดูนะครับ จริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิด ประหยัด ที่สำคัญ สะอาดปลอดภัยแน่นอน 
           ถั่วเหลืองมีประโยชน์มากๆเลยนะคับ เรีนกได้ส่ามหัศจรรย์เลยทีเดียว สนใจอ่านคลิกไปเลยคับ http://gusstationfreedom.blogspot.com/2012/11/blog-post_19.html

เริ่มทำเลยนะคับ เตรียมของซะหน่อย

ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม 
น้ำตาลทราย
เกลือ 
ใบเตย 
น้ำสะอาด 6-7 กิโลกรัม 



ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด เลือกเอากาก สิ่่งปลอมปน และถั่วเม็ดที่ไม่สมบูรณ์ออก แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย แต่อย่านานไปนะครับ 




เมื่อได้เวลาแล้วเราก็นำถั่วเหลืองที่แช่แล้วไปล้างหลายๆน้ำ จะได้ไม่เหม็นเขียว แล้วน้ำมาใส่เครื่องปั่น เติมน้ำพอท่วม


ปั่นจนละเอียด ถ้าฝืดก็เพิ่มน้ำ ทำเช่นนี้จนหมด


นำไปกรองผ่านกระชอนหรือผ้าขาวบาง จนได้น้ำเต้าหู้เข้มข้น


เติมน้ำที่เหลือลงไปจนครบ นำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ หมั่นคนบ่อยๆไม่ได้ก้นหม้อไหม้ 


ระหว่างรอก็ไปตัดเตยหอมมาสี่ห้าใบ สับๆใส่น้ำนิดหน่อย แล้วปั่น กรองด้วยผ้าขาวบาง ก็จะได้น้ำเตยหอมแบบนี้


เมื้อเริ่มมีฟองเต้าหู้ลอย น้ำเต้าหู้เริ่มสุก ให้เติมน้ำใบเตยหอม 


 เติมเกลือนิดหน่อย เคี่ยวต่ออีกแป๊ปนึง เป็นอันว่าเสร็จสิ้น


          น้ำตาลล่ะ !! ถ้าทานได้แบบไม่ใส่จะดีมาก แต่ถ้ายังติดหวานเหมือนกัส ให้เติมภายหลัง ขณะจะรับประทาน เพราะแต่ละคนชอบหวานมากน้อยต่างกัน อีกอย่างคือ ถ้าเราไม่ใส่น้ำตาลลงไปทันทีจะเก็บไว้ได้นานกว่าครับ 
          จะเห็นว่าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อย่างนมถั่วเหลืองที่ขายกันเป็นล่ำเป็นสัน แท้จริงแล้วไม่ยากอย่างที่คิด ใครจะนำไปทำทานกันเอง ทำขาย ยังไง ก็ไม่ว่ากันนะครับ 


Gusstation






ถั่วเหลือง กินแล้วสวย จริงป่ะ




         ถั่วเหลืองมีทั้งคาร์โบฮัยเดรทเชิงซ้อน และโปรตีนที่ไม่ปนไขมันอิ่มตัวสายโมเลกุลยาวแบบเนื้อสัตว์ ไม่มีสารอดรีนาลีนที่สัตว์มักหลั่งด้วยความตกใจขณะถูกฆ่า ไม่มีฮอร์โมนเร่งโต หรือปฏิชีวนะจากการเลี้ยงสัตว์ มีแคลเซียมในสัดส่วนที่ไม่ล้นเกินแมกนีเซียมแบบนมวัว มีวิตามินแร่ธาตุมากหลาย…ที่สำคัญคือมีฮอร์โมนพืช...คือ..ไอโซฟลาโวน

          ไอโซฟลาโวนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนจากพืชธรรมชาติ (Phytoestrogen) นอกจากช่วยในการดูดซึมแคลเซียม บรรเทาภาวะกระดูกพรุนแล้ว การได้รับแต่เนิ่นๆ ยังช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมในหญิง และมะเร็งต่อมลูกหมากในชาย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการฉีดหรือกินฮอร์โมนสังเคราะห์

ยังมีอะไรในถั่วเหลือง

         -คาร์โบฮัยเดรทเชิงซ้อน เป็นอาหารสมบูรณ์แบบสำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนัก เพราะให้ความรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ให้พลังงานที่เผาผลาญช้าๆแต่ทนนานสม่ำเสมอ 

         -เส้นใยชนิดไม่ละลายน้ำ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ช่วยให้อาหารผ่านระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้น เมื่อของเสียไม่หมักหมม การดูดซึมสารพิษไม่เกิด ลดความระคายเคืองต่อเยื่อบุลำไส้ จึงลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ 

         -เส้นใยชนิดละลายน้ำ เป็นตัวแปรสำคัญในการผลิตโคเลสเตอรอลดี ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ลดระดับกลูโคสในเลือด จัดเป็นอาหารทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

          -ซาโปนิน ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลเลว LDL

          -โฟเลท จำเป็นต่อการพัฒนาตัวอ่อน ลดระดับโฮโมซิสเทอีน อันเป็นสารอันตรายต่อระบบหัวใจหลอดเลือด

         -เลซิทิน มีผลในการลดไขมัน เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ

         -ลิกแนน สารยับยั้งโปรทิเอส เอนไซม์ ป้องกันมะเร็ง

และที่สำคัญคือเจนิสติน และโปรตีนพืช !

แล้วดีอย่างไร

           - ฮอร์โมนพืชทำงานคล้ายๆ ฮอร์โมนเอสโตรเจนของคน จึงเรียกไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) มีข้อเด่นคือ เร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ปกติ พร้อมยับยั้งเซลล์เนื้องอก ในขณะที่ estrogen ของคนหรือจากการสังเคราะห์ที่นำมาผลิตเป็นยา กระตุ้นทั้งเซลล์ปกติและเนื้องอกมะเร็ง โดยพบว่าการใช้ยาฮอร์โมนเพื่อทดแทน (Hormone Replacement Therapy–HRT) ที่คิดว่าใช้ได้ผลดีสำหรับสตรีวัยทอง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 80% ในปีแรก และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม 26% สมองขาดเลือด 41% หัวใจวาย 29%

         -ไฟโตเอสโตรเจนมีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงจับคู่กับ “ตัวรับเอสโตรเจน” ในเซลล์ได้ ไฟโตเอสโตรเจนไม่ทำให้ระดับเอสโตรเจนในเลือดเปลี่ยนแปลง (ถ้าร่างกายมีเอสโตรเจนต่ำ) แต่จะต้านฤทธิ์ของเอสโตรเจนหากร่างกายมีเอสโตรเจนมากเกินไป จึงเป็นการลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม และมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน

          -ผู้ชายมีฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่จำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากมีมากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก ไฟโตเอสโตรเจนจากพืชจึงป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้

          -ส่วนหญิงวัยทอง จะมีเอสโตรเจนน้อยลง เชื่อกันว่าไฟโตเอสโตรเจนจากพืช สามารถทดแทนเอสโตรเจนได้ จึงช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบหรือผิวแห้ง อีกทั้งป้องกันภาวะกระดูกพรุนในวัยนี้ด้วย ทำให้พบอาการเหล่านี้น้อยในหญิงชาวเอเชีย ซึ่งบริโภคถั่วเหลืองเป็นประจำ

           -มีการตรวจปัสสาวะพบว่า หญิงญี่ปุ่นขับเอสโตรเจนออกทางปัสสาวะ มากกว่าหญิงชาวตะวันตก 100 – 1000 เท่า

          -มีการวิจัยในปี 1998 พบว่าหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ได้ไอโซฟลาโวนเพิ่มวันละ 40 กรัม จากโปรตีนถั่วเหลือง เป็นเวลา 12 สัปดาห์ มีอาการร้อนวูบวาบลดลง 45%

           -ไอโซฟลาโวน เป็นไฟโตเอสโตรเจนชนิดหนึ่ง ซึ่งยังมีหลายรูปแบบ เช่น daidzein genistein และ glycitein

           - ถั่วเหลือง เป็นแหล่งอาหารที่มีปริมาณของไอโซฟลาโวนอยู่มากกว่าอาหารอื่นๆ โดยเจนิสตินเป็นชนิดของไอโซฟลาโวนที่พบในถั่วเหลือง

เจนิสติน ต้านมะเร็งได้เหลือเชื่อ ! …
          1. สามารถเหนี่ยวนำให้เกิด apoptosis (ตายตามโปรแกรม) จึงเป็นสารทำลายเซลล์มะเร็ง…
          2. เจนิสติน เป็นตัวยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส (Thyrosine kinase) จึงหยุดการแข็งตัวของเลือดส่วนเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุของหัวใจวาย และการเติบโตของเซลล์มะเร็ง…
          3. เจนิสติน ขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ DNA topoisomerase II ซึ่งลดการสร้าง DNA ทำให้เซลล์หยุดแบ่งตัว ทำให้เซลล์มะเร็งหยุดเจริญเติบโต …
          4. เจนิสตินยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ (angiogenesis) อันสำคัญต่อการเจริญของเนื้องอก จึงป้องกันการก่อตัวของมะเร็งชนิดอยู่กับที่ เช่น มะเร็งเต้านม ต่อมลูกหมาก และมะเร็งปอด โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา พิจารณาให้เจนิสตินเป็นยารักษาโรคมะเร็ง…
5. เจนิสตินยังมีบทบาทควบคุมมะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก

          พบว่าสตรีชาวเอเชียที่บริโภคถั่วเหลืองตั้งแต่วัยรุ่น มีอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และแม้จะเป็นขึ้นมา เนื้องอกก็มักจะรุนแรงน้อยกว่า มีอัตรารอดชีวิตสูง

          ชาวอังกฤษมีอัตราเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม และต่อมลูกหมากสูงกว่าชาวญี่ปุ่น 4 เท่า

          มะเร็งต่อมลูกหมากในประชากรชาวญี่ปุ่นเกิดขึ้นช้า และเติบโตช้ากว่าเมื่อเทียบกับชาวตะวันตก ปัจจัยหนึ่งก็คือ นิสัยบริโภคซึ่งนอกจากปลาแล้ว ก็คือถั่วเหลือง ตลอดรวมถึงถั่วชนิดอื่นๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วดำ ฯ มากกว่าชาวอเมริกันทั่วไป

          การศึกษาในสัตว์พบว่าเจนิสติน ซึ่งพบมากในถั่วเหลือง สามารถลดการเติบโตของเนื้องอกต่อมลูกหมากได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนไบโอคานิน เอ (ไอโซฟลาโวนอีกชนิดหนึ่ง) นั้น พบว่าช่วยลดการหลั่งของ PSA ซึ่งถูกกระตุ้นให้หลั่งออกมาโดยฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน


อาหารชนิดไหนที่ควรจะแนะนำให้กับผู้ป่วยมะเร็ง

           คำตอบคือ อาหารจากพืช น่าจะเป็นประเภทแรก เนื่องจากอุดมไปด้วยโปรตีนพืช สารต้านอนุมูลอิสระ ไฟโตเคมิคอล คาร์โบฮัยเดรทเชิงซ้อน วิตามินแร่ธาตุ และกากใย โดยควรลดกลุ่มคาร์โบฮัยเดรท น้ำตาล…ถั่วเหลืองจึงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ และหากต้องการเนื้อสัตว์จริงๆ เนื้อปลาก็เป็นตัวเลือกของกลุ่ม

          นอกจากป้องกันโรคมะเร็งแล้ว ไฟโตเอสโตรเจนยังช่วยบำรุงผิว ช่วยรักษาระดับความดันเลือด ระดับโคเลสเตอรอล ทำให้ LDL ซึ่งเป็นโคเลสเตอรอลเลว ลดจำนวนลง

          Phytoestrogen ยังสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ช่วยรักษาแคลเซียมในเนื้อกระดูก เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม จึงใช้ป้องกันโรคกระดูกพรุน

          โปรตีนถั่วเหลือง เหมาะแก่ผู้มีโคเลสเตอรอล และไขมันสูง แทนการกินเนื้อสัตว์

           เมื่อได้โปรตีน โดยปราศจากไขมันและโคเลสเตอรอล ถั่วเหลืองจึงเหมาะแก่ผู้ลดความอ้วน เบาหวาน ไขมันเลือดสูง ความดัน โรคหัวใจ และปวดข้อ โดยถั่วเหลืองให้โปรตีน 52% คาร์โบฮัยเดรท 32% ที่เหลือเป็นเส้นใยอาหาร วิตามินแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์

การบริโภคเนื้อแดงเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทางเดินอาหาร…ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาคือ ชาวสิงค์โปรที่ชอบกินเนื้อแดง มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก 2.2 เท่า สมาคมมะเร็งสหรัฐศึกษาชาวอเมริกัน 149,000 คน เป็นเวลากว่า 20 ปี พบว่าผู้ที่กินเนื้อแดง และเนื้อที่ผ่านการแปรรูปเป็นเวลานาน 10 ปี มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าผู้ที่ไม่ค่อยชอบกินเนื้อถึง 30% และมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายสูงถึง 40%

           โดยนักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า เนื้อแดงทำให้ร่างกายสร้าง 5–N–glycolylneuraminic acid หรือ Neu 5 GC ซึ่งไม่พบในเซลล์มนุษย์   มันจึงเป็นผู้รุกรานที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านอยู่ตลอดเวลา เป็นสาเหตุก่อโรคเรื้อรัง รวมถึงมะเร็งในที่สุด

           อาหารโปรตีนสูง ยังมีแนวโน้มที่เร่งการสูญเสียแคลเซียมออกจากกระดูกด้วย (เพื่อลดสภาวะกรดจากกรดอมิโนโปรตีน) จึงเป็นเหตุหนึ่งของโรคกระดูกพรุน

           โปรตีนจากถั่วเหลือง จึงเหนือกว่าเนื้อสัตว์ติดมัน หรือเนื้อแดง อีกทั้งราคาถูกกว่า


ประโยชน์ที่ได้

           -ภาวะหมดประจำเดือน…ไฟโตเอสโตรเจนในถั่วเหลือง ช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ของภาวะหมดประจำเดือน ลดอาการร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง ขนาดที่แนะนำคือ วันละ 60 มก. เทียบเท่าเต้าหู้ 200 มก.

           -ป้องกันกระดูกพรุน  วิธีหนึ่งคือ  การกินอาหารที่มีไอโซฟลาโวนหญิงเอเชียพบภาวะนี้น้อยกว่าชาวตะวันตก ทั้งที่โครงกระดูกเล็กกว่า กินนมและแคลเซียมน้อยกว่า ผลการศึกษาพบว่า การได้รับไอโซฟลาโวนวันละ 90 มก. จากโปรตีนถั่วเหลือง ทำให้ความหนาแน่นของกระดูกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ     

           -กันมะเร็ง ไอโซฟลาโวน ป้องกันการเติบโตของเนื้องอก และขัดขวางการกระตุ้นเซลล์มะเร็งโดยฮอร์โมนเพศ (เช่น เอสโตรเจน และเทสโตสเตอโรน)

           -ป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน  ป้องกันได้ด้วย ฟลาโวนอยด์อย่างโอพีซี เช่นเดียวกับไอโซฟลาโวนก็ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็ง มีงานวิจัยพบว่า การได้ไอโซฟลาโวนวันละ 62 มก. จากโปรตีนถั่วเหลือง ช่วยลดแอลดีแอลโคเลสเตอรอลลง 10%

     

น้ำมันถั่วเหลือง มีประโยชน์ ???

           น้ำมันที่สกัดจากถั่วเหลืองมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ถูกนำไปใช้ในกระบวนการชีวเคมีต่างๆ เช่น ใช้สร้างผนังเซลล์ได้ 

           ความไม่อิ่มตัวทำให้รับออกซิเจน หรือต้านอนุมูลอิสระได้ แต่เมื่อถูกเติมออกซิเจนแล้ว ก็กลายเป็นไขมันอิ่มตัวที่ด้อยคุณภาพ  ยิ่งหากถูกความร้อนรุนแรง ยังอาจแปรสภาพเป็นไขมันทรานส์ได้ จึงไม่สมควรใช้ปรุงร้อน และควรได้สารต้านอนุมูลอิสระอย่างเพียงพอ เพิ่มเติมพร้อมการบริโภคด้วย 

           อีกทั้งการเป็นกรดไขมันสายโมเลกุลยาว ทำให้เกิดการเผาผลาญช้า 


นมถั่วเหลืองทั่วไปที่ขายในท้องตลาด แท้จริงมีข้อด้อย

           ความหวาน…ก็เพราะใส่น้ำตาลมาก อันนี้ดูได้ที่ฉลาก เด็กทานมาก ฟันผุ คนเบาหวานทานมากก็ไม่ได้

           ความมันอร่อยลิ้น... มักมากับครีมเทียม หรือเติมไขมัน หรือผสมน้ำนมวัว (นมผง) เข้าไปด้วย

           ความนุ่มกลมกล่อมลิ้น..... เกิดจากการขัดสีผิวบนเมล็ดออกไปหมดจด จนเหลือแต่แป้งถั่วล้วนๆ เปรียบได้กับข้าวขาวที่ขัดสี เปลือกและผิวหุ้มออกไปจนหมด


หากต้องการสารอาหารจากถั่วเหลือง ควรบดพร้อมผิวหุ้มเมล็ด !

           เพราะสารพืชอันทรงคุณค่า เช่น ไฟโตเอสโตรเจน วิตามินทั้งหลาย ล้วนอยู่ตรงผิวหุ้มเมล็ด ทำนองเดียวกับข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ที่ทรงคุณค่ากว่าข้าวขาว
           
           อีกข้อดีของถั่วเหลืองบดพร้อมผิวหุ้มเมล็ด คือ เพิ่มกากใยอาหารของผิวหุ้มเมล็ด ช่วยการขับถ่ายเมื่อดื่มอุ่นๆ ก่อนนอน ช่วยให้หลับสบาย

           ส่วนข้อด้อยของถั่วเหลืองบดพร้อมผิวหุ้มเมล็ด  คือสากลิ้น ไม่หวาน ไม่มัน ไม่กลมกล่อม 


ขอบคุณข้อมูลจาก หมอมวลชน
 เอกสารอ้างอิง

1. คู่มือฉลาดใช้วิตามิน แร่ธาตุสมุนไพร : รีดเดอร์สไดเจสท์ ISBN 974-9300351

2. มหัศจรรย์ อาหารต้านโรค 2549 ISBN 974-7784-42-4

3. วารสารอาหารสุขภาพ แปลโดย พอ.หญิงศรีนวล เจียจันทร์พงษ์ และคณะ ฉ.138/2552

4. โภชนาการต้านมะเร็ง ดร.ศักดา ดาดวง แปล ISBN 978-974-212-811-1




Gusstation